Thursday, 1 December 2022

การดัดฟัน จัดฟัน มีกี่แบบ ? พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่าง

17 Jan 2022
816

หากถามว่าการจัดฟัน มีกี่แบบ กี่วิธี ? ถ้านับเฉพาะแค่รูปแบบหลัก ปัจจุบันมี 4 วิธีด้วยกันแตกต่างกันตามอุปกรณ์ที่ใช้ ซึ่งการพิจารณาเลือกเครื่องมือนั้น นอกจากจะต้องคำนึงถึงราคา, ความสวยงาม, ความชอบ และความสะดวกแล้ว ยังควรรับฟังคำแนะนำจากทันตแพทย์ด้วย เพราะข้อจำกัดของแต่ละคน อาจทำให้เหมาะกับวิธีจัดฟันที่ต่างกัน    

การจัดฟันมีกี่แบบ และข้อดี ข้อเสีย มีความแตกต่างกันอย่างไร  

จัดฟันแบบโลหะ 

การจัดฟันเหล็ก หรือจัดฟันแบบโลหะ (Metal Braces) เป็นวิธีพื้นฐานที่สุด สำหรับการจัดเรียงฟันให้เข้าที่ โดยวัสดุติดผิวฟัน (Bracket) ทำจากโลหะทางการแพทย์เกรดคุณภาพ ซึ่งต้องใช้ร่วมกับยางสีดึงฟัน หรือยางจัดฟัน ยางโอริง (O-ring) และอุปกรณ์อีกหลายส่วน เพื่อให้ฟันเปลี่ยนองศาไปยังตำแหน่งที่ต้องการ

จัดฟันแบบโลหะ

ข้อดี 

  • ข้อดีของการจัดฟันแบบโลหะที่ชัดเจน คือมีราคาถูกที่สุด 
  • มีแรงดึงมากพอ ที่จะสามารถดึงฟันผิดปกติทุกรูปแบบ ให้เข้าที่ตามต้องการได้
  • เปลี่ยนสียางดึงฟันได้ทุกเดือน สร้างลุคใหม่ได้ไม่ซ้ำ 

ข้อด้อย

  • ดูแลช่องปากลำบาก แปรงฟันได้ยาก
  • เสี่ยงเกิดปัญหาฟันผุ, เหงือกอักเสบ และแผลในช่องปากได้ง่าย
  • เครื่องมืออาจรบกวนการพูด และการเคี้ยวอาหารได้
  • ต้องมีเวลาพบทันตแพทย์ อย่างน้อยทุก 4 สัปดาห์ เพื่อปรับลวดและเปลี่ยนยางโอริง

จัดฟันแบบเซรามิก 

นอกจากจัดฟันแบบโลหะ การจัดฟัน มีกี่แบบที่เหลือ ? อีกรูปแบบหนึ่ง คือการจัดฟันแบบเซรามิก (Ceramic Braces) ที่ใช้หลักการเหมือนกับการจัดฟันเหล็ก แต่เปลี่ยนเครื่องมือที่ใช้ติดบนผิวฟัน จากโลหะสีเงิน เป็นการใช้เซรามิกแทน เพื่อให้กลมกลืนกับสีฟันมากขึ้น แต่ลวดที่ดึงระหว่างฟันยังเป็นโลหะ และยังต้องใช้ยางจัดฟันอยู่

จัดฟันแบบเซรามิก

ข้อดี

  • Bracket มีสีกลมกลืนกับฟัน ทำให้ดูเด่นสะดุดตาน้อยลง
  • ระคายเคืองช่องปาก น้อยกว่าการดัดฟันแบบโลหะ
  • แก้ปัญหาฟันได้ทุกรูปแบบ เหมือนกับการจัดฟันเหล็ก

ข้อด้อย

  • เครื่องมือเซรามิก มีแนวโน้มแตกหักง่ายกว่า
  • สียางจัดฟัน อาจติดผิวเซรามิกได้
  • ทำความสะอาดช่องปากลำบาก เพราะติดเครื่องมือที่ใช้จัดฟัน
  • เกิดฟันผุและหินปูนได้ง่าย หากทำความสะอาดไม่ทั่วถึง
  • ต้องพบทันตแพทย์สม่ำเสมอทุก 4 สัปดาห์

จัดฟันแบบดามอน 

จัดฟันดีไหม ? ไม่ค่อยมีเวลาดัดฟันได้หรือเปล่า ? อีกทางเลือกหนึ่งของการจัดฟัน สำหรับคนที่ไม่สะดวกพบทันตแพทย์บ่อย และไม่ต้องการใช้ยางดึงฟัน คือการจัดฟันแบบดามอน (Damon®) ที่ใช้เครื่องมือติดผิวฟันแบบพิเศษ เป็นเทคโนโลยีแบบบานพับ (Self-ligating Braces) สามารถดึงฟันเข้าหากันได้ โดยไม่ต้องใช้ยางสีดึงฟัน

จัดฟันแบบดามอน

ข้อดี

  • โอกาสเกิดแผลในช่องปากลดลง ระคายเคืองน้อยลง
  • ลดความรู้สึกเจ็บปวด จากการใช้ยางดึงฟัน
  • อาจมีระยะห่างระหว่างการนัดนานกว่า พบทันตแพทย์น้อยกว่า 
  • อาจใช้ระยะเวลาการจัดฟันน้อยกว่า 

 

ข้อด้อย

  • มีราคาสูงกว่า การจัดฟันแบบโลหะและแบบดามอน
  • ทำความสะอาดผิวฟันลำบาก เพราะมีอุปกรณ์ติดแน่น
  • มีโอกาสเกิดปัญหาในช่องปาก เพราะทำความสะอาดไม่ดี

จัดฟันแบบใส 

การจัดฟันใส Invisalign® เป็นรูปแบบการจัดฟัน ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูงในเหล่าดารา, นักร้อง, พิธีกร และคนดังในหลายวงการ เพราะอุปกรณ์ที่ใช้จัดฟันโปร่งใส ไม่ทำให้ระคายเคือง และสังเกตเห็นได้ยาก 

Invisalign

  ข้อดี

  • ไม่ต้องเจ็บปวด จากการดึงยางสีจัดฟัน หรือขยับลวดดึงฟัน
  • วัสดุจัดฟันแบบใส ไม่สะดุดตา ไม่ส่งผลต่อภาพลักษณ์หรือความมั่นใจ
  • สามารถถอดเครื่องมือออกได้ ขณะแปรงฟันและรับประทานอาหาร
  • เสี่ยงฟันผุและเหงือกอักเสบ น้อยกว่าการจัดฟันแบบอื่น
  • ลดความรู้สึกระคายเคืองช่องปากได้
  • ลดโอกาสพูดไม่ชัด ที่อาจเกิดจากการใช้วัสดุติดฟัน (Bracket)
  • เปลี่ยนชุดจัดฟันได้เองตามกำหนด ไม่ต้องพบแพทย์บ่อย
  • ใช้ระยะเวลาจัดฟันสั้นกว่า

ข้อด้อย

  • ค่าใช้จ่ายประมาณ 70,000 –  200,000 บาท เป็นราคาที่สูงที่สุด เมื่อเทียบกับทุกรูปแบบ
  • ผลลัพธ์จากการจัดฟันแบบใสอาจไม่สมบูรณ์แบบ ในกรณีที่ฟันมีความผิดปกติมาก เช่น ฟันเขี้ยวที่มีแต่ปลายฟัน พ้นออกจากเหงือก
  • การดัดฟันใสอาจไม่สำเร็จ หากคนไข้ถอดอุปกรณ์บ่อยเกินไป
  • อุปกรณ์จัดฟันโปร่งใส ถอดแล้ววางลืมทิ้งไว้ได้ง่าย 

ฟันห่าง ฟันไม่สวย จัดฟันใสดีไหม ? 

ถึงตอนนี้คุณก็ได้ทราบแล้วว่า การจัดฟัน มีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร ? มีข้อดีข้อด้อยแบบไหน ? ซึ่งสำหรับการจัดฟันใสนั้น เป็นวิธีที่ดี ถูกต้องตามหลักการแพทย์ สามารถแก้ปัญหาฟันที่ห่าง ฟันไม่สวยได้แน่นอน ดูผลลัพธ์ล่วงหน้าได้จากภาพจำลอง ในขั้นตอนของการพิมพ์ฟัน แต่จะปรับจนสมบูรณ์ขนาดไหนนั้น ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของแต่ละบุคคล 

ซึ่งข้อดีของการจัดฟันแบบนี้อยู่ที่วัสดุที่ใช้ ซึ่งมีความโปร่งใสมาก สังเกตเห็นได้ยาก ทั้งยังสามารถถอดออกได้ จึงดูแลช่องปากได้ง่ายกว่าแบบอื่น ช่วยลดปัญหาสุขภาพช่องปากได้ รวมถึงมีระยะเวลาจัดฟันที่สั้นกว่าด้วย แต่ข้อดีทั้งหมดนี้ ก็ต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายที่สูงมากเช่นกัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยแล้ว คงมีเพียงคุณเท่านั้น ที่จะตอบได้ว่า การจัดฟันแบบใส ดีไหม แล้วเหมาะกับคุณหรือเปล่า

สรุป 

การจัดฟันแบบใส Invisalign® และการจัดฟันแบบต่าง ๆ จะช่วยแก้ปัญหาฟันเรียงตัวผิดปกติ ที่ทำให้เกิดปัญหาในการเคี้ยว การพูด และอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ซึ่งการจัดฟันแต่ละรูปแบบมีข้อดีข้อด้อยต่างกัน แต่หากโฟกัสเฉพาะการจัดฟันแบบใสจะพบว่า สามารถใช้รักษาฟันห่าง และฟันผิดปกติได้ทุกรูปแบบ ส่วนผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สรุปในภาพรวมแล้ว การจัดฟันใสมีข้อดีที่เหนือกว่าการจัดฟันรูปแบบอื่นหลายประการ แต่ก็มาพร้อมกับงบประมาณที่สูงขึ้น 3 – 6 เท่าเช่นกัน สุดท้ายแล้วการจัดฟันใสดีไหม คงมีเพียงแต่คุณเท่านั้นที่จะตัดสินใจได้ ซึ่งไม่ว่าจะเลือกจัดฟันแบบไหน ก็ควรนึกถึงความปลอดภัยด้วยเสมอ เพราะการจัดฟันเถื่อน จัดฟันแบบไม่ได้มาตรฐานนั้น อาจส่งผลต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงได้ 

error: บทความมีระบบป้องกัน !!